แหล่งอารยธรรมในภูมิภาคเอเชีย



🏭อารยธรรม

        คำว่า อารยธรรม มีความหมายตามศัพท์ว่า เจริญงอกงาม ตรงกับภาษาอังกฤษว่า civilization มาจากคำภาษาละตินว่า civilis ซึ่งหมายถึง พลเมือง civitas แปลว่า เมืองหรือนคร ความหมายของอารยธรรมทั่วไปจึงมีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์อารยธรรมและสังคมเมืองพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (1367)ให้ความหมาย อารยธรรมว่า ความสงบสุขของสังคมที่ตั้งอยู่บนรากฐานแห่งศีลธรรมและกฎหมาย; ความเจริญเนื่องด้วยองค์การของสังคม เช่น การเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรม ความเจริญด้วยขนบธรรมเนียมอันดี โดยทั่วไปอารยธรรมหลักของโลกมีลักษณะเด่น คือ การมีความเจริญเป็นรุปแบบเฉพาะของตนเองและสิ่งหนึ่งที่มีลักษณะร่วมกัน คือ อารยธรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยได้รับแรงกระตุ้นจากอารยธรรมที่เก่าแก่กว่า ดังเช่น อารยธรรมอียิปต์โบราณ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมเมโสโปเตเมียในช่วงระยะหนึ่ง

🏭กำเนิดของอารยธรรมกับพัฒนาการความคิด

         ความเจริญและวิทยาการทั้งหลายที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันล้วนมีรากฐานมาจากอารยธรรมในสมัยโบราณแทบทั้งสิ้น ทั้งนี้ได้มีการผสมผสานกันและเชื่อมโยงกันระหว่างอารยธรรมเก่าและใหม่และมีการสืบทอดกันต่อๆ มา แหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลกสมัยโบราณเกิดขึ้นที่บริเวณราบลุ่มแม่น้ำที่ สำคัญ และอารยธรรมจีนโบราณ ต่อจากนั้นเป็นอารยธรรมที่เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่งทะเล คือ โดยเริ่มจากอารยธรรมเมโสโปเตเมีย อารยธรรมอียิปต์โบราณ อารยธรรมอินเดียโบราณ อารยธรรมกรีกโบราณ และมาสิ้นสุดสมัยนี้ที่อารยธรรมโรมันโบราณ ของความเจริญให้แก่ดินแดนทั้งในโลกตะวันตกและตะวันออกในปัจจุบัน อารยธรรมเหล่านี้ถือว่าเป็นแหล่งเชื่อมสัมพันธ์และติดต่อกันและเป็นรากฐาน

🏭ความเจริญของมนุษย์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์

          บรรพบุรุษของมนุษย์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อราว 2 ล้านปีมาแล้ว ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย ตามธรรมชาติ มีที่อยู่อาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง อาศัยอยู่ตามถ้ำและเพิงผา มีการสร้างเพิงพักเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยตามแหล่งอาหาร ล่าสัตว์ จับปลา เก็บพืชป่านานาชนิดเป็นอาหารสืบมาหลายพันปี จนเมื่อโลกมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ภูมิอากาศเริ่มมีความชุ่มชื้นและอบอุ่นมากขึ้น มนุษย์จึง เริ่มเรียนรู้การเพาะปลูกจากธรรมชาติ เก็บเมล็ดพืชที่หล่นลงบนพื้นดินมาปลูกพืช พืชชนิดแรกที่ปลูกคือ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ป่า ขณะเดียวกันก็จับสัตว์ป่ามาเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ใช้ขนสัตว์และหนังสัตว์เป็นเครื่องนุ่งห่ม รู้จักการใช้แรงงานสัตว์ในการเพาะปลูกและเป็นพาหนะ หลังจากนั้นจึงเริ่มพัฒนาจนมีการตั้งหลักแหล่งถาวร รูปแบบที่อยู่อาศัยเปลี่ยนจากเพิงพักชั่วคราวมาเป็นบ้านที่มั่นคงแข็งแรง มีการรวมตัวกันเป็นชุมชน สร้างขอบเขตของหมู่บ้านชัดเจนขึ้นซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมแบบหมู่บ้านเกษตรกรรมและได้พัฒนาขึ้นเป็นสังคมเมือง มีระบบการปกครองและสร้างสรรค์วัฒนธรรมที่พัฒนาเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ในเวลาต่อมา

          หมู่บ้านแห่งแรกๆ ของโลกเริ่มในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ในตะวันออกกลาง ปัจจุบันคือ ประเทศอิรัก ตุรกี ปาเลสไตน์ เมื่อราว 1 หมื่นปีก่อนคริสต์ศักราช สังคมแบบหมู่บ้านได้เริ่มพัฒนาเป็นสังคมเมืองที่มีความซับซ้อนมากขึ้น แหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เช่น

          เมืองโบราณเจริโค ในบริเวณเวสต์แบงก์ ใกล้กับแม่น้ำจอร์แดน ประเทศอิสราเอล ชาวเมืองอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กก่อด้วยอิฐทำจากดิน หลังคาทรงกลม มีพิธีกรรมการฝังศพ ชาวเมืองเจริโคค้าขายกับชุมชนอื่นๆและสร้างกำแพงเมืองขนาดใหญ่ด้วยอิฐและหิน

          เมืองโบราณชาตาลฮูยุค ในบริเวณที่ราบคอนยา (Konya Plain) ประเทศตุรกี เป็นเมืองขนาดใหญ่ จากหลักฐานทางโบราณคดีสันนิษฐานว่ามีพลเมืองราว 6,000 คนอาศัยอยู่ สร้างบ้านทรงสี่เหลี่ยมด้วยอิฐและดิน มีบันไดบนหลังคาและในบ้าน ไม่มีประตูเข้าทางด้านหน้า บ้านทุกหลังต่อเชื่อมถึงกัน บ้านแต่ละหลังมีห้องขนาดใหญ่ 1 ห้อง ทาสีและวาดภาพบนผนังบ้าน ภายในบ้านมีกองไฟและม้านั่งดินเหนียวคลุมด้วยกก มีพิธีกรรมการฝังศพผู้ตาย สร้างประติมากรรมดินเผาเป็นรูปคนลักษณะต่างๆ

          เมืองโบราณเมร์การ์ ในหุบเขาริมแม่น้ำสินธุ ปัจจุบันคือประเทศปากีสถาน เมื่อราว 7 พันปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรม ปลูกข้าวบาร์เลย์ เลี้ยงแกะ แพะ วัว มีการทำภาชนะดินเผาแบบต่างๆและประติมากรรมดินเผาขนาดเล็ก สร้างบ้านด้วยอิฐและดินเผา พบยุ้งข้าวในบริเวณเมืองเมร์การ์ในหุบเขาแม่น้ำสินธุ อายุราว 6 พันปีก่อนคริสต์ศักราช

          นอกจากนี้ในบริเวณตอนเหนือของจีนพบหลักฐานหมู่บ้านเกษตรกรรม ปลูกข้าวฟ่าง เลี้ยงสุกรและสุนัข ทอผ้า ลักษณะบ้านมีหลังคา ผนังและเตาไฟ เช่น แหล่งโบราณคดีที่บ้านโพ เมืองซีอาน (Xian) และบริเวณอ่าวหางโจว (Hangzhou Bay) มณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) มีการทำภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งสวยงาม รมดำและเขียนสีให้เป็นลวดลายต่างๆ มีการปลูกข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์และข้าวเจ้า เลี้ยงสัตว์ เช่น แพะ แกะ สร้างบ้านด้วยดินเผา

          การตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง ทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เป็นผลทำให้จำนวนประชากรในชุมชนเพิ่มมากขึ้น มีการค้าขายระหว่างกันทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและสร้างสรรค์วัฒนธรรมและความเจริญทางเทคโนโลยีเกิดเป็นอารยธรรมโลกยุคโบราณขึ้น

          อายธรรมของโลกยุคโบราณเกิดขึ้นในบริเวณแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วย เมโสโปเตเมีย ซึ่งเป็นดินแดนระหว่างแม่น้ำไทรกริสกับแม่น้ำยูเฟรทิส ซึ่งปัจจุบันคือ ประเทศอิรัก อารยธรรมอียิปต์ในบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์ ประเทศอียิปต์ อารยธรรมอินเดีย ในบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้เขตการปกครองของประเทศปากีสถานและทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย อารยธรรมจีนในบริเวณลุ่มแม่น้ำหวงเหอและแม่น้ำ แยงซี อารยธรรมกรีกในบริเวณเกาะครีตของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อารยธรรมโรมันในบริเวณคาบสมุทรอิตาลี

          อารยธรรมทั้งหมดดังกล่างข้างต้นมีวัฒนธรรมของการสร้างที่อยู่อาศัย การก่อสร้างศาสนสถาน การประดิษฐ์ลายลักษณ์อักษร การทำภาชนะดินเผา การประดิษฐ์อาวุธ เครื่องมือเครื่องใช้จากโลหะหลากหลายชนิด การเลี้ยงสัตว์ การเพาะปลูก และมีรูปแบบของสังคมที่มีโครงสร้างชัดเจนขึ้น พัฒนาเป็นระบบการเมืองการปกครอง ซึ่งได้เป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมตะวันตกและอารยธรรมตะวันออกสืบต่อมา


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น